ค่าชดเชยคืออะไร เกิดขึ้นเมื่อใด
ค่าชดเชยคือเงินที่นายจ้างต้องจ่ายให้ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง โดยคำนวณจากค่าจ้างอัตราสุดท้ายและอายุงานตามมาตรา 118 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 สิทธิได้รับค่าชดเชยเกิดขึ้นเมื่อนายจ้างเป็นฝ่ายเลิกจ้าง และลูกจ้างทำงานครบ 120 วันขึ้นไป
จุดสำคัญคือ ค่าชดเชยไม่ใช่เงินที่ได้ทุกครั้งที่ออกจากงาน การลาออกเองไม่ใช่การเลิกจ้าง จึงไม่มีค่าชดเชย การตกลงเลิกสัญญาร่วมกันโดยไม่ใช่นายจ้างเลิกจ้างฝ่ายเดียว ก็ไม่มีค่าชดเชยตามมาตรา 118 เช่นกัน ก่อนจะคำนวณยอดเงิน จึงต้องถามก่อนว่า การออกจากงานครั้งนี้เป็นการเลิกจ้างโดยนายจ้างหรือไม่
กรณีพิเศษคือการเกษียณอายุ ตามมาตรา 118/1 การเกษียณอายุถือเป็นการเลิกจ้าง ลูกจ้างที่อายุ 60 ปีขึ้นไปอาจเลือกเกษียณได้โดยบอกกล่าวล่วงหน้า 30 วัน และนายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามอัตราในมาตรา 118 ส่วนการเกษียณก่อนอายุ 60 ปีไม่ใช่เหตุที่ทำให้เกิดสิทธิค่าชดเชย
ตารางค่าชดเชยตามอายุงาน มาตรา 118
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 กำหนดอัตราค่าชดเชยตามอายุงาน โดยนับจากค่าจ้างอัตราสุดท้าย อัตราตั้งแต่การแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ซึ่งเพิ่มขั้นสูงสุดเป็น 400 วัน มีดังนี้
| อายุงาน | อัตราค่าชดเชย |
|---|---|
| น้อยกว่า 120 วัน | 0 วัน (ยังไม่มีสิทธิ) |
| 120 วัน ถึงน้อยกว่า 1 ปี | 30 วัน |
| 1 ปี ถึงน้อยกว่า 3 ปี | 90 วัน |
| 3 ปี ถึงน้อยกว่า 6 ปี | 180 วัน |
| 6 ปี ถึงน้อยกว่า 10 ปี | 240 วัน |
| 10 ปี ถึงน้อยกว่า 20 ปี | 300 วัน |
| 20 ปีขึ้นไป | 400 วัน |
ไม่มีเพดานเงินเดือนสำหรับค่าชดเชยเอง ลูกจ้างเงินเดือนสูงก็ได้รับตามอัตราวันคูณค่าจ้างจริง ตัวเลข 600,000 บาทที่มักเห็นกันคือเพดานการยกเว้นภาษี ไม่ใช่เพดานของค่าชดเชย การแยกสองตัวเลขนี้ออกจากกันเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะหลายคนเข้าใจผิดว่าค่าชดเชยสูงสุดคือ 600,000 บาท ทั้งที่จริงแล้วค่าชดเชยสูงสุดคือ 400 วันของค่าจ้างอัตราสุดท้าย ซึ่งอาจมากกว่านั้นได้
เส้นแบ่ง 120 วันก็สำคัญไม่แพ้กัน ทำงาน 119 วันได้ 0 บาท แต่วันที่ 120 เริ่มมีสิทธิ 30 วัน จึงควรตรวจสอบวันเริ่มงานจริงให้แน่ชัด เพราะวันเดียวก็เปลี่ยนผลลัพธ์ได้
ค่าจ้างรายวันคิดอย่างไร
ค่าจ้างรายวันหาได้จากเงินเดือนเดือนสุดท้ายหารด้วย 30 เช่น เงินเดือน 30,000 บาท จะได้ค่าจ้างวันละ 1,000 บาท แล้วคูณด้วยจำนวนวันตามตารางข้างบน คำว่า ค่าจ้าง ในที่นี้หมายถึงค่าจ้างประจำที่จ่ายแน่นอน เช่น เงินเดือนและค่าตอบแทนประจำที่จ่ายเป็นปกติ
ค่าล่วงเวลา หรือโอที และโบนัสที่ขึ้นกับผลการปฏิบัติงานไม่นับเป็นค่าจ้างเพื่อคำนวณค่าชดเชย ส่วนค่าตอบแทนผันแปรอื่น ๆ ต้องดูเป็นรายกรณีว่าเป็นค่าจ้างประจำหรือไม่ ถ้าไม่แน่ใจให้ตรวจสอบกับฝ่ายบุคคล สำหรับลูกจ้างที่รับค่าจ้างตามผลงาน ฐานการคำนวณคือค่าจ้างในช่วงวันทำงานสุดท้ายตามมาตรา 118 โดยหลักเรื่องค่าคอมมิชชันเป็นค่าจ้างตามผลงานนั้นสอดคล้องกับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2863/2552
ถ้าทราบค่าจ้างรายวันอยู่แล้ว ก็ใช้ค่านั้นแทนเงินเดือนหาร 30 ได้เลย หลักการเดียวกันคือ นำค่าจ้างรายวันคูณกับจำนวนวันตามขั้นอายุงาน ผลลัพธ์ที่ได้คือยอดค่าชดเชยก่อนคิดภาษี
ใครได้บ้าง ใครไม่ได้
กรณีต่อไปนี้ไม่ได้รับค่าชดเชยตามมาตรา 118 ควรเช็กให้ครบก่อนคิดยอดเงิน
- ลาออกเอง — การลาออกโดยสมัครใจไม่ใช่การเลิกจ้าง จึงไม่มีค่าชดเชย
- ตกลงเลิกสัญญาร่วมกัน — ถ้าทั้งสองฝ่ายตกลงกันเองโดยไม่ใช่นายจ้างเลิกจ้างฝ่ายเดียว ก็ไม่มีค่าชดเชยตามมาตรา 118
- เหตุตามมาตรา 119 — เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงจนเกิดความเสียหาย ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหลังจากได้รับหนังสือเตือนแล้ว ละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด โดยนายจ้างต้องระบุเหตุไว้ในหนังสือเลิกจ้างด้วย
- สัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาที่แท้จริงสิ้นสุดลง — งานเฉพาะโครงการหรืองานตามฤดูกาลที่มีวันสิ้นสุดที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้น เมื่อครบกำหนดแล้วไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย แต่ถ้าสัญญาเป็นแบบกำหนดระยะเวลาเพียงในรูปแบบ ทั้งที่งานเป็นงานปกติทั่วไป ก็ยังต้องจ่ายตามมาตรา 118
- อายุงานน้อยกว่า 120 วัน — ทำงาน 119 วันได้ 0 บาท แต่วันที่ 120 เริ่มมีสิทธิ 30 วัน
- การเสียชีวิต — การเสียชีวิตทำให้สัญญาจ้างสิ้นสุดลงโดยผลของกฎหมาย ไม่ใช่การเลิกจ้าง จึงไม่มีค่าชดเชย
ค่าชดเชยพิเศษตามมาตรา 120–122 เป็นระบบแยกต่างหาก เช่น กรณีลูกจ้างปฏิเสธการย้ายสถานประกอบกิจการ หรือการเลิกจ้างเพราะนำเทคโนโลยีมาใช้ เครื่องคำนวณค่าชดเชยทั่วไปไม่ได้คำนวณค่าชดเชยพิเศษให้ ถ้ากรณีของตัวเองเข้าข่ายนี้ ควรแยกเรื่องออกจากค่าชดเชยตามมาตรา 118
ค่าชดเชยกับภาษี
กฎกระทรวงฉบับที่ 394 ยกเว้นภาษีให้แก่ค่าชดเชยจากการเลิกจ้างโดยไม่สมัครใจตามกฎหมายแรงงาน ในจำนวนที่ต่ำกว่าระหว่างค่าจ้าง 400 วันสุดท้ายกับ 600,000 บาท ส่วนที่เกินกว่านั้นต้องเสียภาษี เพดานเดิม 300 วันและ 300,000 บาทถูกยกเลิกไปแล้ว อย่าใช้ตัวเลขเก่านั้นอีก
ข้อสำคัญคือการยกเว้นนี้ใช้เฉพาะค่าชดเชยจากการเลิกจ้างเท่านั้น ค่าชดเชยกรณีเกษียณอายุและกรณีสิ้นสุดสัญญาที่มีกำหนดระยะเวลาไม่ได้รับการยกเว้นตามกฎกระทรวงฉบับนี้ สำหรับส่วนที่ต้องเสียภาษี ยังมีสิทธิพิเศษตามมาตรา 48(5) คือหัก 7,000 บาทต่อปีอายุงานก่อน แล้วนำครึ่งหนึ่งของส่วนที่เหลือมาคำนวณภาษี
ตัวอย่างเรื่องภาษีจะเห็นชัดในตัวอย่างที่ 4 ด้านล่าง ซึ่งยอดค่าชดเชยสูงจนเกินเพดานยกเว้นภาษี ทำให้ต้องแยกส่วนที่ยกเว้นกับส่วนที่ต้องเสียภาษีออกจากกันก่อน แล้วจึงใช้สิทธิมาตรา 48(5)
ตัวอย่างการคำนวณ
ตัวอย่างที่ 1: เงินเดือน 30,000 บาท อายุงาน 5 ปี
ค่าจ้างรายวัน = 30,000 ÷ 30 = 1,000 บาท อายุงาน 5 ปีอยู่ในขั้น 3–6 ปี ได้ 180 วัน ค่าชดเชย = 1,000 × 180 = 180,000 บาท
ตัวอย่างที่ 2: เงินเดือน 18,000 บาท อายุงาน 4 ปี
ค่าจ้างรายวัน = 18,000 ÷ 30 = 600 บาท อายุงาน 4 ปีอยู่ในขั้น 3–6 ปี ได้ 180 วัน ค่าชดเชย = 600 × 180 = 108,000 บาท และถ้าถูกเลิกจ้างโดยมีผลทันทีโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ยังมีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวแยกต่างหากประมาณ 1 เดือน คือ 18,000 บาท
ตัวอย่างที่ 3: เงินเดือน 48,000 บาท อายุงาน 15 ปี
ค่าจ้างรายวัน = 48,000 ÷ 30 = 1,600 บาท อายุงาน 15 ปีอยู่ในขั้น 10–20 ปี ได้ 300 วัน ค่าชดเชย = 1,600 × 300 = 480,000 บาท
ตัวอย่างที่ 4: เงินเดือน 60,000 บาท อายุงาน 20 ปีขึ้นไป (เลิกจ้าง)
ค่าจ้างรายวัน = 60,000 ÷ 30 = 2,000 บาท อายุงาน 20 ปีขึ้นไปได้ 400 วัน ค่าชดเชย = 2,000 × 400 = 800,000 บาท ส่วนภาษี: ค่าจ้าง 400 วัน = 800,000 บาท ดังนั้นส่วนที่ยกเว้น = ต่ำกว่าระหว่าง 800,000 กับ 600,000 = 600,000 บาท ส่วนที่ต้องเสียภาษี = 200,000 บาท ก่อนใช้สิทธิมาตรา 48(5) ซึ่งหัก 7,000 × 20 = 140,000 บาท เหลือ 60,000 บาท ครึ่งหนึ่งคือฐานภาษี 30,000 บาท หากเลือกใช้สิทธิ
อยากลองใส่ตัวเลขของตัวเอง สามารถใช้เครื่องคำนวณค่าชดเชยได้ทันทีในเบราว์เซอร์โดยไม่ต้องสมัครสมาชิก และไม่มีการส่งข้อมูลของคุณไปที่ใด
ค่าชดเชยกับเงินอื่นที่ได้ตอนเลิกจ้าง
ค่าชดเชยเป็นเพียงสิทธิอย่างหนึ่งตอนเลิกจ้าง เงินอื่น ๆ ต่อไปนี้เป็นสิทธิแยกต่างหากและไม่รวมอยู่ในยอดค่าชดเชยที่เครื่องมือคำนวณ
- สินจ้างแทนการบอกกล่าว — ถ้านายจ้างเลิกจ้างโดยมีผลทันทีโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งรอบการจ่ายค่าจ้าง ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวแยกต่างหาก
- ค่าจ้างที่ค้างจ่าย — ค่าจ้างสำหรับวันที่ทำงานมาแล้วแต่ยังไม่ได้รับ
- ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ไม่ได้ใช้ — วันหยุดที่สะสมไว้แต่ยังไม่ได้ใช้ ต้องจ่ายเป็นเงินแยกต่างหาก
เมื่อตรวจสอบยอดรวมตอนเลิกจ้าง ให้บวกสิทธิเหล่านี้เข้ากับค่าชดเชย อย่าดูเพียงยอดค่าชดเชยอย่างเดียว เพราะยอดรวมจริงอาจสูงกว่ายอดค่าชดเชยมาก
นายจ้างไม่จ่าย หรือจ่ายช้า ทำอย่างไร
ค่าชดเชยถึงกำหนดชำระในวันเลิกจ้าง หากจ่ายช้าต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี และหากจงใจไม่จ่ายจะบวกเพิ่มร้อยละ 15 ต่อ 7 วัน ตามมาตรา 9 ลูกจ้างร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงานหรือฟ้องศาลแรงงานได้
ก่อนร้องเรียน ควรเตรียมหลักฐานให้ครบ ได้แก่ วันเริ่มงานจริง วันเลิกจ้าง เงินเดือนเดือนสุดท้าย และหนังสือเลิกจ้างที่ระบุเหตุผล ถ้านายจ้างอ้างเหตุตามมาตรา 119 ต้องดูด้วยว่ามีการระบุเหตุไว้ในหนังสือเลิกจ้างหรือไม่ เพราะเป็นเงื่อนไขสำคัญของการยกเว้นการจ่ายค่าชดเชย
ก่อนจะสรุปยอด ลองไล่เช็กตามลำดับนี้ เริ่มจากวันเริ่มงานจริงและวันเลิกจ้าง ว่าอายุงานครบ 120 วันหรือยัง และอยู่ในขั้นอัตราใด จากนั้นดูเงินเดือนเดือนสุดท้ายว่าเป็นค่าจ้างประจำที่จ่ายแน่นอนหรือไม่ แล้วแยกโอทีกับโบนัสที่ขึ้นกับผลการปฏิบัติงานออกจากการคำนวณ ต่อมาดูว่าเป็นการเลิกจ้างโดยนายจ้างหรือไม่ มีเหตุตามมาตรา 119 หรือไม่ และเป็นสัญญาที่มีกำหนดระยะเวลาที่แท้จริงหรือไม่ สุดท้ายแยกส่วนที่ยกเว้นภาษีกับส่วนที่ต้องเสียภาษีออกจากกัน และบวกสิทธิอื่นตอนเลิกจ้างเข้าไปด้วย วิธีนี้ช่วยลดความผิดพลาดจากการจำตัวเลขผิดหรือใช้เพดานผิด
เช็กอีกครั้งก่อนรับเงิน ตรวจวันเริ่มงาน ตรวจวันเลิกจ้าง นับอายุงานให้ครบ ตรวจเงินเดือนเดือนสุดท้าย แยกค่าจ้างประจำออกจากโอที แยกโบนัสตามผลงานออกจากการคำนวณ ดูขั้นอัตราตามตารางมาตรา 118 คูณค่าจ้างรายวันด้วยจำนวนวัน แยกส่วนยกเว้นภาษีออกจากส่วนที่ต้องเสียภาษี ใช้สิทธิมาตรา 48(5) ถ้าเข้าเงื่อนไข บวกสินจ้างแทนการบอกกล่าวถ้ามี บวกค่าจ้างค้างจ่ายถ้ามี บวกค่าจ้างวันหยุดพักผ่อนที่ไม่ได้ใช้ถ้ามี แล้วค่อยสรุปยอดรวมทั้งหมด
ถ้ายอดไม่ตรงกับที่นายจ้างแจ้ง ให้ถามกลับด้วยคำถามสั้น ๆ ว่าใช้ค่าจ้างวันละเท่าใด อายุงานนับถึงวันใด อยู่ในขั้นกี่วัน และส่วนยกเว้นภาษีคิดอย่างไร คำตอบเหล่านี้จะบอกทันทีว่าผิดที่จุดใด
สรุปสั้น ๆ คือ เริ่มจากเช็กว่าเป็นการเลิกจ้างหรือไม่ อายุงานครบ 120 วันหรือยัง ใช้ค่าจ้างประจำตัวไหน แล้วคูณกับอัตราตามขั้นอายุงาน จากนั้นแยกส่วนภาษีออกจากกัน และอย่าลืมบวกเงินสิทธิอื่นตอนเลิกจ้าง ดูเครื่องคำนวณทั้งหมดสำหรับประเทศไทยได้ที่ เครื่องคำนวณสำหรับประเทศไทย และบทความอธิบายอื่น ๆ ที่ บล็อก Calcotia
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าชดเชย
ทำงานไม่ครบ 120 วัน ได้ค่าชดเชยไหม?
ไม่ได้ มาตรา 118 กำหนดให้ต้องทำงานครบ 120 วันขึ้นไปจึงจะมีสิทธิ ทำงาน 119 วันได้ 0 บาท แต่วันที่ 120 เริ่มมีสิทธิ 30 วัน จึงควรตรวจสอบวันเริ่มงานจริงให้แน่ชัด
ลาออกเองได้ค่าชดเชยไหม?
ไม่ได้ ค่าชดเชยเกิดขึ้นเมื่อนายจ้างเป็นฝ่ายเลิกจ้าง รวมถึงการเกษียณอายุตามมาตรา 118/1 ไม่ใช่การลาออกโดยสมัครใจของลูกจ้าง
เกษียณอายุได้ค่าชดเชยไหม?
ได้ การเกษียณอายุถือเป็นการเลิกจ้างตามมาตรา 118/1 ลูกจ้างที่อายุ 60 ปีขึ้นไปอาจเลือกเกษียณได้โดยบอกกล่าวล่วงหน้า 30 วัน และนายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามอัตราในมาตรา 118 ส่วนการเกษียณก่อนอายุ 60 ปีไม่ใช่เหตุที่ทำให้เกิดสิทธิค่าชดเชย
ค่าชดเชยสูงสุดเท่าไหร่?
400 วันของค่าจ้างอัตราสุดท้าย สำหรับอายุงาน 20 ปีขึ้นไป และไม่มีเพดานเงินเดือนสำหรับค่าชดเชยเอง ตัวเลข 600,000 บาทคือเพดานการยกเว้นภาษี ไม่ใช่เพดานของค่าชดเชย
ค่าชดเชยเสียภาษีไหม?
ยกเว้นภาษีถึงจำนวนที่ต่ำกว่าระหว่างค่าจ้าง 400 วันกับ 600,000 บาท สำหรับค่าชดเชยจากการเลิกจ้างตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 394 ส่วนที่เกินต้องเสียภาษี โดยอาจใช้สิทธิมาตรา 48(5) ได้ คือหัก 7,000 บาทต่อปีอายุงานก่อน แล้วนำครึ่งหนึ่งของส่วนที่เหลือมาคำนวณภาษี
โอทีกับโบนัส นับเป็นค่าจ้างไหม?
ค่าล่วงเวลาและโบนัสที่ขึ้นกับผลการปฏิบัติงานไม่นับเป็นค่าจ้างเพื่อคำนวณค่าชดเชย ส่วนรายการค่าจ้างประจำที่จ่ายแน่นอนนับรวมได้ ค่าตอบแทนผันแปรให้ตรวจสอบกับฝ่ายบุคคล โดยหลักเรื่องค่าคอมมิชชันเป็นค่าจ้างตามผลงานสอดคล้องกับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2863/2552
นายจ้างไม่จ่าย หรือจ่ายช้า ทำอย่างไร?
ค่าชดเชยถึงกำหนดชำระในวันเลิกจ้าง หากจ่ายช้าต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี และหากจงใจไม่จ่ายจะบวกเพิ่มร้อยละ 15 ต่อ 7 วัน ตามมาตรา 9 ลูกจ้างร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงานหรือฟ้องศาลแรงงานได้